ค้นหา
  • Panusphong Khaiwchaoum

ทำไม? เราถึงควรรับประทาน ขมิ้นชัน เมื่อยังไม่ป่วย เพื่อลดอาการภูมิแพ้ผิวหนัง และลมพิษเรื้อรัง

อัพเดตเมื่อ: มิ.ย. 10



ภาพโดย Corey Ryan HansonจากPixabay


การรับประทานขมิ้นเพื่อการรักษาโรคใด ๆ ก็ตาม ถ้าหากเรารู้ว่าเราเป็นโรคอะไร แล้วรับประทานไปเรื่อย ๆ จนโรคนั้นหายไปแล้ว ก็ควรหยุดรับประทาน ถึงแม้ขมิ้นจะมีประโยชน์ก็จริง แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอาจจะกลายเป็นโทษเสียเอง ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงคือด้วยวัฒนธรรมของคนไทยนั้น ส่วนใหญ่ เราทานอาหารที่เป็นยามาตลอด แต่ในระยะหลัง วัฒนธรรมตะวันตกนั้นได้เข้ามาสู่สังคมไทย มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการกินอยู่ของคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก ถ้าเราเปรียบเทียบอาหารสมัยนี้กับอาหารในสมัยก่อนนั้น เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า อาหารไทย อุดมไปด้วย สมุนไพรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ พริกขี้หนูสด ข่า หัวหอม กระเทียม จนถึง ขมิ้นชัน เป็นส่วนผสมในอาหารประเภทแกงแทบจะทุกเมนูกันเลยทีเดียว อาหารประเภท Fast Foods นั้นมีการทำตลาดที่น่าสนใจ แต่สารอาหารนั้น แสนน้อยนิด แถมยังมีแต่ไขมันซะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ร่างกายนั้นขาดภูมิคุ้มกัน และเป็นโรคอ้วนโดยไม่รู้ตัว ถ้างันเรามาดูคุณประโยชน์ดีๆ ของขมิ้นชันกันเลยครับ

เรามาดูเวลาในการรับประทานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกันด้วยนะครับ

  • เวลา 03.00-05.00 น. ช่วงเวลาของปอด หากรับประทานช่วงเวลานี้จะช่วยในการบำรุงปอดช่วยให้ปอดแข็งแรง ช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง และช่วยเรื่องภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวก

  • เวลา 05.00-07.00 น. ช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือรับประทานยาถ่ายมานาน หากรับประทานขมิ้นในช่วงนี้จะช่วยฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่ให้บีบรัดตัว เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ขับถ่ายน้อยหรือมากจนเกินไป และช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย หากรับประทานพร้อมกับโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มะนาว หรือน้ำอุ่น จะช่วยชะล้างผนังลำไส้ให้สะอาดได้

  • เวลา 07.00-09.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง และยังช่วยแก้อาการปวดเข่า ขาตึง บำรุงสมอง ป้องกันโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และยังลดอาการท้องอืด จุกแน่น ปวดเข่า ขาตึง ช่วยบำรุงสมองและป้องกันความจำเสื่อมได้

  • เวลา 09.00-11.00 น. ช่วงเวลาของม้าม ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย มีแผลบริเวณปาก บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน โรคเกาต์ การอ้วนเกินไปหรือผอมเกินไป

  • เวลา 11.00-13.00 น. ช่วงเวลาของหัวใจ ช่วยบำรุงหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรง

  • เวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง แก้อาการตกขาว และการทำให้เหงื่อออกในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้ร่างกายขับสารพิษออกไปจากร่างกายได้มาก เวลา 17.00 น. จนถึงเวลาเข้านอน การรับประทานขมิ้นในช่วงนี้จะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น เมื่อตื่นนอนจะไม่อ่อนเพลีย การขับถ่ายก็จะดีขึ้นด้วย


สรรพคุณของขมิ้น

1. ขมิ้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอวัยและชะลอการเกิดริ้วรอย

2. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

3. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังมีสุขภาพดีแข็งแรง

4. ขมิ้นชันอาจมีบทบาทช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก

5. ขมิ้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้

6. ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

7. ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน

8. มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

9. ช่วยลดอาการของโรคเกาต์

10. ช่วยขับน้ำนมของมารดาหลังคลอดบุตร

11. ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่มีอาการผิดปกติ

12. ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคความจำเสื่อม

13. อาจมีส่วนช่วยในการรักษาโรครูมาตอยด์ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน)

14. ช่วยลดการอักเสบ

15. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ

16. ช่วยรักษาอาการแพ้และไข้หวัด

17. ช่วยบรรเทาอาการไอ

18. ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวกให้มีอาการดีขึ้น

19. ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

20. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยธาลัสซีเมียฮีโมโกบิลอี

21. ช่วยรักษาแผลที่ปาก

22. ช่วยบำรุงปอดให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง

23. น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง

24. ช่วยรักษาอาการท้องเสีย อุจจาระร่วง โดยนำผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนแล้วนำมารับประทาน

ครั้งละ 3 เม็ด 3 เวลา

25. ช่วยแก้อาการจุดเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ

26. ช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ

27. ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้

28. ช่วยรักษาอาการลำไส้ใหญ่บวม

29. ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร

30. ช่วยในการขับลม

31. ช่วยบรรเทาอาการนิ่วในถุงน้ำดี

32. มีฤทธิ์ในการช่วยขับน้ำดี

33. ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทำความสะอาดลำไส้

34. ช่วยบำรุงตับ ป้องกันตับอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากการถูกทำลายของยาพาราเซตามอล

35. ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง

36. ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร

37. ช่วยแก้อาการตกเลือด ด้วยการนำขมิ้นสดมาตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาน้ำมาผสมกับน้ำปูนใสแล้วรับประทาน

38. ช่วยแก้อาการตกขาว

39. ช่วยรักษาอาการปวดหรืออักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ

40. ช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย

41. ช่วยแก้ผื่นคันตามร่างกาย

42. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน

43. ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำ นำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง

44. ช่วยรักษาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองให้หายเร็วยิ่งขึ้น

45. ช่วยรักษาแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ด้วยการนำขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วตำจนละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณดังกล่าว

46. มีฤทธิ์ในการต่อต้านและฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง และต่อต้านยีสต์ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ

47. ช่วยต่อต้านปรสิตหรือเชื้ออะมีบาที่เป็นต้นเหตุของโรคบิดได้

48. ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น แบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสีย แบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง เป็นต้น

49. มีฤทธิ์ในการต่อต้านการกลายพันธุ์ ต้านสารก่อมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย และโรคเบาหวาน

50. ช่วยสมานแผลตามร่างกายให้หายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการนำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำแล้วทาลงบนบาดแผล และยังช่วยให้บาดแผลไม่ให้ติดเชื้อของกระต่ายและหนูขาวได้ และสามารถเร่งให้แผลที่ติดเชื้อหายได้

51. ขมิ้นยังมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันการงอกของขนอีกด้วย โดยผู้หญิงชาวอินเดียมักนำขมิ้นมาทาผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอก

52. ขมิ้นชันขัดผิว ใช้ทำทรีตเมนต์พอกผิวขัดผิวด้วยขมิ้น ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผ่องใส เต่งตึง ด้วยการนำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน นำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

53. ขมิ้นเป็นส่วนประกอบของทรีตเม้นต์รักษาสิวเสี้ยน สิวผด สิวอุดตัน

54. ขมิ้นเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งในเครื่องสำอางบำรุงผิวต่าง ๆ

55. นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย

ผลข้างเคียงของขมิ้นชัน

การรับประทานขมิ้นเพื่อการรักษาโรคใด ๆ ก็ตาม ถ้าหากเรารู้ว่าเราเป็นโรคอะไร แล้วรับประทานไปเรื่อย ๆ จนโรคนั้นหายไปแล้ว ก็ควรหยุดรับประทาน ถึงแม้ขมิ้นจะมีประโยชน์ก็จริง แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอาจจะกลายเป็นโทษเสียเอง ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงคืออาการแพ้ เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ ดังนั้นหากคุณรับประทานขมิ้นแล้วมีอาการดังกล่าว ควรหยุดรับประทานและหายาชนิดอื่นรับประทานแทน และยังมีความเชื่อเรื่องโทษและข้อเสียของขมิ้นในแถบภาคใต้ว่า การรับประทานขมิ้นที่มากเกินไปและถี่เกินไปนั้นแทนที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง อาจจะเป็นมะเร็งเสียเอง

อย่างไรก็ตาม คุณควรสังเกตอาการของตัวคุณเองด้วย เนื่องจากอาการท้องเสียนั้นเป็นอาการข้างเคียงทั่วไป อาจมีสาเหตุมาจากยาชนิดอื่นหรือจากภาวะของโรคที่เป็นอยู่แล้วร่วมด้วยก็เป็นได้ ดังนั้นคุณควรสังเกตอาการของตัวคุณเองด้วยว่าเดิมกินยาอื่นแล้วไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ แต่เพิ่งมามีปัญหาเมื่อตอนรับประทานขมิ้นร่วมด้วย ก็ควรสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของขมิ้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ถ้าคิดว่าเป็นผลข้างเคียงของขมิ้น คุณก็อาจจะรับประทานขมิ้นต่อไปได้ ด้วยการรับประทานซ้ำ และค่อย ๆ ปรับขนาดยา จาก 1 เม็ด เป็น 2 เม็ดต่อครั้ง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ก็อาจจะทำให้รับประทานขมิ้นต่อไปได้


รักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง | แก้ลมพิษเรื้อรัง ผื่นคัน แพ้อากาศ |

#Greenmulon #รักษาลมพิษเรื้อรัง #รักษาภูมิแพ้ #ลมพิษ #ผื่นคัน #ภูมิแพ้อากาศ #ไซนัสอักเสบ #กรีนมูล่อน

ภูมิแพ้ ผื่น คัน สมุนไพร รักษา ไซนัส สมุนไพร รักษา โรค ภูมิแพ้ อากาศ สมุนไพร รักษา โรค ภูมิแพ้ ผิวหนัง

ดู 30 ครั้ง

Thai herbal anti allergy สมุนไพรไทย รักษาโรคภูมิแพ้ ลมพิษเรื้อรัง 

Contact : LineOA: @063pbyka

Mobile : 0852600123

Email : panusphong@gmail.com

ตำบล เสาธงหิน บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140

  • White Facebook Icon
Relax Cream รีแลกซ์ครีม รักษาข้อเข่าเสื่อม ครีมนาโนเทคโนโลยี่ รักษาอาการเข่าเสื่อม ปวดข้อ กล้ามเนื้ออักเสบ

© 2023 by Thai herb anti allergy

 

ThaiHerbal Office Soathonghin bangyai Nonthaburi Thailand 11140